แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธศาสนสุภาษิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธศาสนสุภาษิต แสดงบทความทั้งหมด

พุทธศาสนสุภาษิต


คำสอนในพระพุทธศาสนามีองค์ 9 ประการ ที่เรียกว่า นวังคสัตถุศาสน์ ได้แก่ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม และ เวทัลละ พุทธศาสนสุภาษิต ได้มาจากเนื้อหาที่ปรากฎอยู่ในคำสอนดังกล่าว ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นเนื้อความสั้น ๆ ที่ทรงคุณค่า ให้ข้อคิด ข้อเตือนใจ ให้ผู้ที่ได้ศึกษาแล้ว มีความรู้ความเข้าใจ และยึดถือเป็นหลักธรรมประจำใจ เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติในแนวทางที่ถูกที่ควร ตรงทางอันจะนำไปสู่ความสุขความเจริญงอกงามในชีวิตของตน และยังเป็นการเสริมสร้างสันติสุขในสังคมโลกอีกด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตคือ สุภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำรัสไว้ ซึ่งมีคุณค่าสูงส่ง สามารถใช้ได้ทั้งเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เตือนใจ หาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่สงสัย หรือ แม้แต่เตือน สติ ให้เรา หู ตา สว่าง เกิดปัญญาเข้าใจ ได้อุบายที่ดีในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหา และพ้นจากเครื่องเศร้าหมองได้

พุทธศาสนสุภาษิตเป็นที่นิยมของหมู่ชนทั้งหลาย ถึงแม้จะต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนาต่างก็มีสุภาษิตในหมู่ของตน คำสุภาษิตนั้นเป็นคำสั้นๆ จำได้ไม่ยากเย็นอีกทั้งไพเราะ และมีความหมาย ลึก กินใจ มีคุณค่า และประโยชน์ แก่ พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ผู้ที่อยู่ในวัยเรียน วัยทำงาน วัยครองเรือน วัยสูงอายุ หากมีเวลา ให้แก่พระศาสนาบ้าง เพียงอ่านและท่องจำวันละบท ศึกษาให้เข้าใจ ทั้งนี้ก็เพื่อน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันจะบังเกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นโดยทั่วไป



พุทธศาสนสุภาษิต: หมวดพิเศษสำหรับบุคคลทั่วไป


  • ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
  • ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
  • สังขารที่ยั่งยืน ไม่มี
  • ภาวะของหญิง รู้ได้ยาก
  • พึงเพิ่มพูนความสละออกให้มากไว้
  • ศรี เป็นที่อาศัยแห่งโภคทรัพย์
  • ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง
  • ไม่ควรอาศัยผู้อื่นเป็นอยู่
  • เมตตา เป็นเครื่องค้ำจุนโลก
  • พึงศึกษาความสงบนั้นแล
  • ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง
  • ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ เป็นการยาก
  • ความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นการยาก
  • ความได้เป็นมนุษย์ เป็นการยาก
  • การได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ เป็นการยาก
  • วัยย่อมผ่านพ้นไปทุกขณะทีเดียว
  • มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน
  • เหย้าเรือนมีความไม่หมั่น เป็นมลทิน
  • กำลังใจ พึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย
  • ได้ยศแล้ว ไม่ควรเมา
  • ผู้อื่นพึงให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้
  • โภคทรัพย์ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม
  • ความถึงพร้อมแห่งขณะ หาได้ยาก
  • สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น
  • เมื่อยังไม่ถึง ไม่ควรพูดอวด
  • ผู้เพ่งสันติ พึงละอามิสในโลกเสีย
  • ในเวลามีข้าวน้ำ ย่อมต้องการคนที่รัก
  • อำนาจ เป็นใหญ่ในโลก
  • ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
  • พรตของผู้บริสุทธิ์ มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ
  • ถึงให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้จงรักไม่ได้
  • กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง
  • ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนหนุ่ม ผู้ทอดทิ้งการงาน
  • ท่านทั้งหลายจงมีที่พึ่งอยู่เถิด อย่าไม่มีที่พึ่งอยู่เลย
  • ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก
  • ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์ มีเฉพาะตัว
  • สัตบุรุษ ไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา
  • สิ่งใดที่เข้าไปยึดถืออยู่จะพึงหาโทษมิได้ สิ่งนั้นไม่มีในโลก
  • สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ย่อมเป็นไปตามปัจจัย
  • ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่ ผู้มัวถือฤกษ์อยู่
  • พึงปรารถนาความไม่มีโรค ซึ่งเป็นลาภอย่างยิ่ง
  • การเห็นพระพุทธเจ้าเนือง ๆ เป็นการหาได้ยาก
  • ในบรรดาที่ปรึกษา ย่อมต้องการคนไม่พูดพล่าม
  • หิริและโอตตัปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี
  • ต่อหน้าประพฤติเช่นใด ถึงลับหลังก็ให้ประพฤติเช่นนั้น
  • ความเป็นไปของคนไร้ศิลปะ ย่อมฝืดเคือง
  • ความริษยา เป็นเหตุทำโลกให้ฉิบหาย
  • ขณะเวลา อย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย
  • ในเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้น ย่อมต้องการบัณฑิต
  • ความเกียจคร้าน เป็นมลทินแห่งผิวพรรณ
  • สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ
  • สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่วเสีย
  • ในเวลาคับขัน ย่อมต้องการคนกล้า
  • ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแห่งคนดี
  • บรรดาทางทั้งหลาย ทางที่มีองค์ (มรรค) เป็นทางเกษมให้ถึงอมตธรรม
  • ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นทางดับจากทุกข์
  • โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี ย่อมถึงความพอกพูน เหมือนจอมปลวกกำลังก่อขึ้น
  • ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำบาปกรรม ไม่มีในโลก
  • รูปโฉม พอลวงคนโง่ให้หลงได้ แต่ลวงคนแสวงหาพระนิพพานไม่ได้เลย
  • ความรู้จักประมาณ ยังประโยชน์ให้สำเร็จทุกเมื่อ
  • ร่างกายของสัตว์ย่อยยับได้ แต่ชื่อและสกุลไม่ย่อยยับ
  • ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้เช่นใดเช่นหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้
  • อัชฌาสัยที่ทนไม่ได้เพราะกรุณา เป็นลักษณะของมหาบุรุษ
  • สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา
  • บุคคลไม่เพลินเวทนา ทั้งภายในทั้งภายนอก มีสติดำเนินอยู่อย่างนี้ วิญญาณย่อมดับ
  • พระจันทร์ พระอาทิตย์ สมณพราหมณ์ และ ฝั่งทะเล ต่างก็มีกำลัง, แต่สตรีมีกำลังยิ่งกว่ากำลัง (เหล่านั้น)
  • ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้
  • กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก ทุกข์อันยิ่งกว่ากามไม่มี ผู้ใดส้องเสพกาม ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรก
  • พระตถาคตเจ้าย่อมเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก คือเพื่อสตรี และ บุรุษผู้ทำตามคำสอน
  • ภิกษุรื่นรมย์ยินดีในธรรม ใคร่ครวญธรรม และระลึกถึงธรรมอยู่เนือง ๆ ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม
  • ผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน ไม่พึงลุอำนาจของโลภะ พึงกำจัดใจที่ละโมภเสีย
  • โลกถูกมฤตยูกำจัด ถูกชราล้อมไว้ไม่มีผู้ต้านทาน ย่อมเดือนร้อยเป็นนิตย์ ดุจคนต้องโทษ ต้องทำตามอาชญาฉะนั้น
  • กามคุณ ในโลก มีใจเป็นที่ อันท่านชี้แจงไว้แล้ว, บุคคลคลายความพอใจในกามคุณนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ได้อย่างนี้
  • ผู้เข้าใจสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ และเห็นสิ่งที่เป็นสาระว่าไม่เป็นสาระ เขามีความดำริผิดเป็นโคจร จึงไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ
  • ผู้ใด ต้องการสุขเพื่อตน ด้วยการก่อทุกข์แก่ผู้อื่น, ผู้นั้นชื่อว่าพัวพันไปด้วยเวร ย่อมไม่พ้นจากเวร
  • พึงศึกษาวิเวก ซึ่งเป็นคุณอันสูงสุดของพระอริยะทั้งหลาย, ไม่ถือตัวว่าเป็นผู้ประเสริฐเพราะวิเวกนั้น ผู้นั้นแล ชื่อว่าปฏิบัติใกล้พระนิพพาน
  • สัตว์โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ และ ธรรมารมณ์นั้น ล้วนเป็นโลกามิสอันร้ายกาจ
  • คนรู้จักขนบธรรมเนียม ย่อมยำเกรงผู้เฒ่าผู้แก่ ในชาตินี้ก็มีผู้สรรเสริญ ชาติหน้าก็ไปดี
  • สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ ย่อมมีได้, สิ่งที่คิดไว้ ก็เสียหายได้, โภคะของสตรีหรือบุรุษ ที่สำเร็จได้ด้วยนึกเอาไม่มีเลย
  • คนใด จักทำตามโอวาทที่ผู้รู้แสดงแล้ว คนนั้นจักถึงฝั่งที่สวัสดี เหมือนพ่อค้าถึงฝั่งที่สวัสดีเพราะม้าวลาหก
  • ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลาผู้มัวถือฤกษ์อยู่, ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้
  • ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำความชั่วไม่มีในโลก, คนทั้งหลายเห็นเป็นป่า แต่คนเขลาสำคัญที่นั้นว่าเป็นที่ลับ
  • พระราชาดี ที่ทรงยินดีในธรรม, คนดี ที่มีปัญญา, เพื่อนดีที่ไม่ประทุษรายมิตร, สุข อยู่ที่ไม่ทำบาป
  • ควรระแวงภัยที่ควรระแวง พึงระวังภัยที่ยังไม่มาถึง ผู้ฉลาดย่อมมองดูโลกทั้ง เพราะกลัวต่ออนาคต
  • เมื่อพ้นเพราะรู้ชอบ สงบคงที่แล้ว ใจคอของเขาก็สงบ คำพูดและการกระทำก็สงบ
  • ผู้ใดไม่มีกามอยู่ ผู้ใดไม่มีตัณหา และผู้ใดข้ามความสงสัยได้, ผู้นั้นย่อมมีความพ้น ที่ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นอีก
  • ผู้ใดผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา เขาได้ฆ่าเรา เขาได้ชนะเรา เขาได้ลักของของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมไม่ระงับ
  • คนใดเป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงการพนัน ย่อมล้างผลาญทรัพย์ที่ตนได้แล้ว ๆ , ข้อนั้นเป็นเหตุแห่งผู้ฉิบหาย
  • ถ้าสัตว์พึงรู้อย่างนี้ว่า ชาติภพนี้เป็นทุกข์ สัตว์ก็ไม่ควรฆ่าสัตว์ เพราะผู้ฆ่าสัตว์ย่อมเศร้าโศก
  • ผู้เห็นความประมาทเป็นภัย และเห็นควมไม่ประมาทเป็นความปลอดภัยแล้ว พึงเจริญมรรคมีองค์ นี้เป็นพุทธาศาสนี
  • พึงเป็นคนไม่เบียดเบียน (ผู้อื่น) และพึงกล่าวแต่คำสัตย์อย่างนี้ ละไปจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่นแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก
  • แม้มีปัญญารุ่งโรจน์อย่างไฟ เมื่ออยู่ในต่างประเทศ ก็ควรอดทนคำขู่เข็ญแม้ของทาส
  • ผู้สงบ เว้นบาป ฉลาดพูด ไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมขจัดบาปธรรมเสียได้ เหมือนลมกำจัดใบไม้ฉะนั้น
  • คนทำกรรมใดด้วยทาน ด้วยความประพฤติสม่ำเสมอ ด้วยความสำรวม และ ด้วยการฝึกตน ย่อมมีความสุข เพราะกรรมนั้นย่อมไม่ตามเผาผลาญในภายหลัง
  • คนใดมักหลับ มักคุย และไม่ขยัน เกียจคร้าน มีความมุทะลุ ข้อนั้น เป็นเหตุของผู้ฉิบหาย
  • การไม่เห็นสิ่งที่รักเป็นทุกข์ และการเห็นสิ่งที่ไม่รักก็เป็นทุกข์ เหตุนั้น จึงไม่ควรทำอะไรให้เป็นที่รัก เพราะความพรากจากสิ่งที่รัก เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย
  • ธงเป็นเครื่องปรากฎของรถ ควันเป็นเครื่องปรากฎของไฟ พระราชาเป็นเครื่องปรากฎของแว้นแคว้น สามีเป็นเครื่องปรากฎของสตรี
  • ไม่ควรฟังคำก้าวร้าวของคนอื่น ไม่ควรมองดูการงานของคนอื่น ที่เขาทำแล้ว และยังไม่ได้ทำ, ควรพิจารณาดู แต่การงาน ของตนที่ทำแล้ว และยังไม่ได้ทำเท่านั้น
  • คนเขลา มีกำลัง หาทรัพย์อย่างผลุนผลัน ไม่ดี, นายนิรยบาล ย่อมฉุดคนโง่มีปัญญาทราม ผู้คร่ำครวญอยู่ ไปสู่นรกอันร้ายกาจ
  • เมื่อมีจิตใจไม่หนักแน่น เห็นคนใจเบา มักประทุษร้ายมิตร ผู้มีความประพฤติกลับกลอกเป็นนิตย์ ย่อมไม่มีความสุข
  • บุคคลไม่ความเศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ใฝ่หาถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง, ยังชีวิตให้เป็นไปด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะเหตุนั้น ผิวพรรณย่อมผ่องใส
  • บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น, ปรารถนาสิ่งใด ดูหมิ่นสิ่งที่ได้แล้วนั้น, เพราะความต้องการไม่มีที่สุด, พวกเราจงทำความนอบน้อมผู้ปราศจากความต้องการเถิด
  • ในโลกนี้ พวกที่ชอบถือตัว ย่อมไม่มีการฝึกตน, คนมีใจไม่มั่นคง ย่อมไม่มีความรู้, ผู้ประมาทแม้อยู่ในป่าคนเดียว ก็ข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยูไม่ได้
  • ชีวิตคืออายุอันน้อยนี้ ถูกชรานำเข้าไป เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีเครื่องต้านทาน ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น มุ่งความสงบ พึงละโลกามินเสีย

พุทธศาสนสุภาษิต: หมวดทุกข์-พ้นทุกข์



  • การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ก่อให้เกิดทุกข์
  • การพบเห็นสิ่งที่ไม่รัก ทำให้เกิดทุกข์
  • สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
  • ความจน เป็นทุกข์ในโลก
  • ทุกเสมอด้วยขันธ์ ไม่มี
  • เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้
  • คนไม่มีที่พึ่ง.. อยู่เป็นทุกข์
  • ผู้แพ้.. ย่อมอยู่เป็นทุกข์
  • การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
  • ทุกข์.. ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล
  • นิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง
  • ผู้ดื่มธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข
  • การสะสมบุญ นำสุขมาให้
  • เมื่อหมดกังวล ทุกข์ก็ไม่มี
  • ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข
  • ปฏิบัติชอบต่อมารดา เป็นความสุขในโลก
  • ปฏิบัติชอบต่อบิดา เป็นสุขเช่นกัน
  • การแสดงธรรม ทำให้เกิดสุข
  • ผู้ไม่มีอะไรให้กัลวล สุขจริงหนอ
  • ครองเรื่อนไม่ดี ก็เป็นทุกข์
  • ปฏิบัติชอบต่อสมณะ ย่อมเป็นสุข
  • ท่านผู้ไกลกิเลส ช่างสุขจริงหนอ
  • ศีลก่อให้เกิดสุขตราบเท่าชรา
  • ทุกข์ เท่านั้นเกิด
  • ศรัทธาที่มั่นคง ทำให้เกิดสุข
  • โลกตั้งอยู่บนฐานแห่งความทุกข์
  • คนมีตัณหาเป็นทุกข์บ่อยและนาน
  • ละทุกข์ทั้งปวงได้ เป็นความสุข
  • เป็นคน พึงทำทุกข์ให้หมดไปได้
  • สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
  • การได้ปัญญา ทำให้เกิดสุข
  • การสะสมบาป เป็นทุกข์
  • การอยู่ร่วมกับคนไม่เสมอกันก็เป็นทุกข์
  • ไม่พบคนที่รักก็เป็นทุกข์
  • พอใจเท่าที่มี เป็นความสุข
  • ผู้ฉลาด พึงละทุกข์ในโลกนี้ให้ได้
  • การไม่เบียดเบียนกัน เป็นทุกข์ในโลก
  • คนโง่ ย่อมได้รักทุกข์บ่อย ๆ 
  • กามมีความคับแค้นเป็นราก มีทุกข์เป็นผล
  • ธรรมที่ประพฤติดีแล้วนำสุขมาให้
  • สุขอื่นนอกจากความสงบไม่มี
  • บุญให้ความสุขเมื่อถึงคราวตาย
  • การไม่พบคนชั่วเลย มีความสุขทุกเมื่อ
  • ทุกข์ เสมอด้วยขันธ์ไม่มี
  • ผู้แพ้ ย่อมนอนเป็นทุกข์
  • พบคนไม่รัก ก็เป็นทุกข์
  • การไม่ทำชั่ว ทำให้เกิดสุข
  • ความทุกข์ เกิดขึ้นบ่อย ๆ 
  • การเกิดบ่อย ๆ เป็นทุกข์
  • ความจนเป็นทุกข์ในโลก
  • กามทั้งหลายมีสุขน้อย ทุกข์มาก
  • การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า ทำให้เกิดสุข
  • ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นดับไป
  • อยากได้สุข เมื่อปฏิบัติถูกทาง ก็ย่อมได้สุข
  • นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ
  • นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด
  • ทุกข์เป็นภัยใหญ่หลวงของโลก

พุทธศาสนสุภาษิต: หมวดปัญญา



  • ผู้มีปัญญา พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา
  • ปัญญาย่อมเกิดเพราะความประกอบด้วยหลายประการ
  • ปัญญาเป็นรัตนะแห่งนรชน
  • ผู้ไม่ประมาท พินิจพิจารณา ตั้งใจฟัง ย่อมได้ปัญญา
  • ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจพิจารณา
  • คนเราจะมองเห็นอรรถชัดแจ้งได้ด้วยปัญญา
  • ผู้มีปัญญาอยู่ครองเรือน เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนมาก
  • ปัญญาเป็นเครื่องปกครองตัว
  • รู้จักฟัง ย่อมได้ปัญญา
  • พึงวิจัยเรื่องราวตลอดสายให้ถึงต้นตอ
  • ความสิ้นปัญญาย่อมเกิดเพราะความไม่ประกอบ
  • คนเกียจคร้านย่อมไม่พบทางด้วยปัญญา
  • ปัญญา ย่อมเกิดเพราะใช้การ
  • ไม่พึงละเลยการใช้ปัญญา
  • ปราชญ์ว่า ชีวิตที่อยู่ด้วยปัญญา ประเสริฐสุด
  • คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา
  • ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ได้เล่าเรียน
  • ปัญญาแล ประเสริฐกว่าทรัพย์
  • ปัญญา เป็นดวงแก้วของคน
  • ปัญญา เป็นแสงสว่างในโลก
  • คนมีปัญญา ถึงแม้ตกทุกข์ ก็ยังหาสุขพบ
  • ความพินิจ ไม่มีแก่คนไร้ปัญญา
  • คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาแลประเสริฐสูงสุด
  • คนย่อมเห็นเนื้อความด้วยปัญญา
  • เมื่อขาดปัญญา ถึงจะมีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้
  • ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์
  • ปัญญาย่อมปกครองบุรุษนั้น
  • ผู้มีปัญญา รู้เนื้อความแห่งภาษิตคนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า
  • ปัญญาย่อมเจริญด้วยประการใด ควรตั้งตนไว้ด้วยประการนั้น
  • ราคะ โทสะ ความมัวเมา และ โมหะ เข้าที่ไหน ปัญญาย่อมเข้าไม่ถึงที่นั้น
  • ขาดตาปัญญาเสียแล้ว ก็เหมือนคนตาบอด เหยียบลงไปได้ แม้กระทั่งไฟที่ส่องทาง
  • คนมีปัญญา ถึงสิ้นทรัพย์ ก็ยังเป็นอยู่ได้
  • คนมีปัญญาประเสริฐกว่า คนโง่ถึงจะมียศก็หาประเสริฐไม่
  • คนที่อิ่มด้วยปัญญา ตัณหาจะครอบงำเอาไว้ในอำนาจไม่ได้
  • ปราชญ์กล่าวชีวิตของผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญา ว่า ประเสริฐสุด
  • คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติ เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น
  • ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้, แต่อับปัญญา แม้มีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้
  • ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้
  • ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย
  • ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติ และชื่อเสียง  คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์ก็หาความสุขได้
  • บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ,  ผู้อิ่มด้วยปัญญานั้นย่อมไม่เดือนร้อนด้วยกาม, ตัณหาครอบงำ ผู้อิ่มด้วยปัญญาไว้ในอำนาจไม่ได้
  • คนผู้สดับน้อยนี้  ย่อมแก่ไป  เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ
  • คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ  เหมือนพระจันทร์ ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญา
  • ผู้รู้ย่อมสรรเสริญคนมีปัญญา พูดจริง ตั้งมั่นในศีล ประกอบความสงบใจนั่นแล
  • คนโง่ถึงมียศ ก็กลายเป็นทาสของคนมีปัญญา เมื่อมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น บัณฑิตจัดการเรื่องใดอันเป็นเรื่องละเอียดก่อน คนโง่ย่อมถึงความหลงใหลในเรื่องนั้น
  • ในเวลาที่ควรลุกขึ้นทำงาน ไม่ลุกขึ้นทำ ทั้งที่ยังหนุ่มแน่น มีกำลัง กลับเฉื่อยชา ปล่อยความคิดให้จมปลัก เกียจคร้าน มัวซึมเซาอยู่ ย่อมไม่ประสบทางแห่งปัญญา
  • เมื่อน้ำใส กระจ่างแจ๋ว ย่อมมองเห็นหอยกาบ หอยโข่ง กรวด ทราย และ ฝูงปลาได้ ฉันใด เมื่อจิตไม่ขุ่นมัว ย่อมมองเห็นประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น
  • คนโง่เขลามาประชุมกันแม้ตั้งกว่าพันคน พวกเขาไม่มีปญญา ถึงจะพร่ำคร่ำครวญอยู่ตลอดร้อยปี ก็หามีประโยชน์ไม่ คนมีปัญญารู้เนื้อความแห่งภาษิต คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า
  • สัตบุรุษสรรเสริญปัญญาแน่แท้  คนทั้งหลายชอบทรัพย์สมบัติ จึงใคร่ได้สิริ (ยศ) ก็ความรู้ของท่านผู้รู้ทั้งหลายชั่งไม่ได้ ทรัพย์จึงเกินกว่าปัญญาไปไม่ได้ ไม่ว่ากาลไหน ๆ 
  • คนเขลามียศศักดิ์ ก็เป็นทาสของคนมีปัญญา, เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น คนฉลาดจัดการข้อได้แนบเนียน คนเขลาถึงความงมงายในข้อนั้น
  • ผู้ขบคิดปัญหาอันลึกซึ้งด้วยใจ  ไม่ทำกรรมชั่วอันไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลเลย, ไม่ละทางแห่งประโยชน์ที่มาถึงตามเวลา, บัณฑิตทั้งหลายเรียกคนอย่างนั้นว่า ผู้มีปัญญา


พุทธศาสนสุภาษิต: หมวดกรรม



  • ทำดี ได้ดี 
  • ทำชั่ว ได้ชั่ว
  • ความดี อันคนดีทำง่าย
  • ความดี อันคนชั่วทำยาก
  • ความชั่ว ย่อมเผาผลาญในภายหลัง
  • ควรทำตามถ้อยคำของผู้เอ็นดู
  • ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ ดีกว่า
  • คนเราจะเลวเพราะการกระทำ
  • ไม่พึงทำประโยชน์แก่ผู้มุ่งความพินาศ
  • คนเราจะดีเพราะการกระทำ
  • สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้
  • ถ้าจะทำ ก็พึงทำการนั้น (จริง ๆ)
  • กรรมชั่วของตน นำตนไปสู่ทุคติ
  • พึงทำกิจแก่ผู้ช่วยทำกิจ
  • กรรมที่เป็นประโยชน์และดี ทำได้ยากยิ่ง
  • กรรมจำแนกสัตว์ให้ดีเลวแตกต่างกัน
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
  • คนชั่ว ย่อมเดือนร้อนเพราะกรรมชั่วของตน
  • พึงประกอบธุระให้เหมาะแก่กาลเทียว
  • ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม
  • สุขไม่เป็นผลอันคนทำชั่วจะได้ง่ายเลย
  • การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย
  • อย่ามาถึงกรรมอันมีโทษเลย
  • การงานอะไร ๆ ที่ย่อหย่อน ย่อมไม่มีผลมาก
  • พึงรักษาความดีของคนไว้ ดังเกลือรักษาความเค็ม
  • รู้ว่าการใดเป็นประโยชน์แก่ตน พึงรีบทำการนั้นเทียว
  • คนทำกรรมใดไว้ ย่อมเห็นกรรมนั้นในตนเอง
  • ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี
  • บัณฑิตไม่ทำชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว
  • ถ้าคนพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะการสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้
  • ผู้หมั่นในการงาน ไม่ประมาท เป็นผู้รอบคอบ จัดการงานเรียบร้อย, จึงควรอยู่ในราชการ
  • เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือนร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้
  • ประโยชน์ทั้งหลาย ย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่าหนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว
  • บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว
  • ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น
  • ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อนย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ
  • ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อนแต่ไม่รู้สึก (คุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย
  • สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข
  • สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข
  • ผู้ใดปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง ผู้นั้นย่อมเดือนร้อนในภายหลัง ดุจมานพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่มฉะนั้น
  • อย่าถามถึงชาติกำเนิด จงถามถึงความประพฤติ
  • คนพาลทรามปัญญา ย่อมดำเนินชีวิตโดยมีตนเองนั้นแหละเป็นศัตรู
  • กรรมใด ทำไว้ ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือ ด้วยใจ กรรมนั้นแหละเป็นสมบัติของเขา ซึ่งเขาจะพาเอาไป
  • การงาน 1 วิชา 1 ธรรม 1 ศีล 1 ชีวิตอันอุดม 1 คนบริสุทธิ์ด้วยสิ่งทั้ง 5 นี้ หาใช่ด้วยตระกูลหรือ ด้วยทรัพย์ไม่
  • ธัญญาหาร ทรัพย์สิน เงินทอง หรือสมบัติที่ครอบครอง ไม่ว่าอย่างใดที่มีอยู่ คนรับใช้ คนงาน คนอาศัยทั้งหลาย ทุกอย่างล้วนพาเอาไปไม่ได้ ต้องทิ้งไว้ทั้งหมด

พุทธศาสนสุภาษิต

หมวดความสุข


  • ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ทั้งหลาย นำสุขมาให้


  • ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว หลับและตื่นย่อมเป็นสุข


  • ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี


  • ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก


  • การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้


  • ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข


  • นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง


  • จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล


  • ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง


  • การประพฤติประโยชน์กับคนไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่นำสุขมาให้เลย


  • ความดี โจรลักไม่ได้


  • คนเรานี้ ถ้ามีอันทำชั่วลงไป ก็อย่าพึงทำความชั่วนั้นซ้ำเข้าอีก


  • บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ


  • ความชั่ว ไม่ทำเสียเลย จะดีกว่า


  • ความดี ทำไว้แล จะดีกว่า


  • อย่าดูหมิ่นความชั่วว่าเล็กน้อย คงจักไม่มีผลมาถึงตัว


  • สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม


  • ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว


  • ธรรมนั่นแหละ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


  • ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำมาซึ่งความสุข


  • ผู้อิ่มในธรรม ย่อมนอนเป็นสุข


  • เกียรติไม่ทิ้งผู้ตั้งอยู่ในธรรม


  • ผู้ประพฤติธรรม ย่อมนอนเป็นสุข


  • กรรมไม่ดี ย่อมเผาผลาญในภายหลัง


  • การสร้างสมความดี นำสุขมาให้


  • ไม่ควรทำบาป แม้เพราะเห็นแก่กิน


  • การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตนนั้นทำง่าย


  • ความดี คนชั่ว ทำยาก


  • ความดี คนดี ทำง่าย


  • ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุญ นี้เป็นชื่อของความสุข


  • ถึงคราวจะสิ้นชีพ บุญก็ช่วยให้เป็นสุข


  • การไม่ทำความชั่ว ย่อมก่อให้เกิดความสุข


  • ความชั่ว คนชั่ว ทำง่าย


  • เพราะน้ำหยดทีละน้อย หม้อน้ำก็ยังเต็มได้


  • ความดีที่ทำไว้เองนี้แหละ เป็นทรัพย์ส่วนของตัวโดยเฉพาะ


  • ตายเพราะชอบธรรมดีกว่า อยู่อย่างไม่ชอบธรรม จะมีค่าอะไร


  • กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือ ให้ทราม และประณีต


  • ความดีที่ทำไว้เองเป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า


  • ทำกรรมใดแล้ว ไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลดี


  • อย่าพึงสร้างความพอใจในความชั่วนั้น การสั่งสมความชั่ว เป็นการก่อความทุกข์


  • ทำกรรมใดแล้ว ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลไม่ดี


  • ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตน โดยทางไม่ชอบธรรม


  • ธีรชนสร้างความดีทีละน้อย ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดี


  • การใดเป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแลทำได้ยากยิ่ง


  • พาลชนสร้างสมความชั่วทีละน้อย ก็เต็มเพียบไปด้วยความชั่ว


  • การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้เพียบพร้อม การชำระจิตของตนให้ผ่องใส สามนี้ คือคำสอนของพระพุทธเจ้า


  • คนมีความชั่วย่อมเดือนร้อน เพราะกรรมของตน


  • ไม่ได้แต่ชอบธรรมดีกว่า ถึงได้แต่ไม่ชอบธรรมจะดีอะไร


  • บัณฑิตไม่ประกอบความชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว


  • บัณฑิตนั้น ถึงถูกทุกข์กระทบ ถึงพลาดพลั้งลงก็คงสงบอยู่ได้ และ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะชอบหรือชัง


  • ช่างดอกไม้ ร้อยพวงมาลัยได้มากมาย จากดอกไม้กองหนึ่ง ฉันใด คนเรา เกิดมาแล้วก็ควร สร้างความดีงามให้มาก ฉันนั้น


  • บุคคลใดเคยทำกรรมชั่วไว้ แล้วกลับตัวได้ หันมาทำดีปิดกั้น บุคคลนั้นย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์อันพ้นจากเมฆหมอก


  • บุคคลใดในกาลก่อนเคยผิดพลาด ครั้นภายหลังเขากลับตัวได้ไม่ประมาท บุคคลนั้น ย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์ อันพ้นจากเมฆหมอก


  • พึงสละทรัพย์ เพื่อเห็นแก่อวัยวะ พึงสละอวัยวะ ในเมื่อจะรักษาชีวิต พึงสละได้หมด ทั้งอวัยวะ ทรัพย์ และ ชีวิต ในเมื่อคำนึงถึงธรรม
  • พุทธศาสนสุภาษิต: หมวดบุญ

    • บุญนำสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต
    • บุญ โจรนำไปไม่ได้
    • บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ ในโลกหน้า
    • คนสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
    • ควรทำบุญอันนำสุขมาให้
    • ถ้าบุรุษจะพึงทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้
    • สหายเป็นมิตรของคนผู้มีความต้องการเกิดขึ้นบ่อย ๆ , บุญทั้งหลายที่ตนทำเอง บุญนั้นจะเป็นมิตรในสัมปรายภพ
    • ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมยินดีในโลกนี้ ตายแล้ว ย่อมยินดี ชื่อว่าย่อมยินดีในโลกทั้งสอง, เขาย่อมยินดีว่าเราทำบุญไปแล้ว ไปสู่สุคติ ย่อมยินดียิ่งขึ้น
    • ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกนี้ ละไปแล้ว ย่อมบันเทิง ชื่อว่าย่อมบันเทิงในโลกทั้งสอง, เขาเห็นความบริสุทธิ์ แห่งกรรมของตนแล้ว ย่อมบันเทิงปราโมทย์
    • ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่ามีประมาณน้อย จักไม่มาถึง, แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกลง ฉันใด, ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญแม้ทีละน้อย ๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญฉันนั้น

    พุทธศาสนสุภาษิต: หมวดศรัทธา


    • ศรัทธาเป็นทรัพย์ ประเสริฐของคนในโลกนี้
    • ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียงคือกุศล
    • ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
    • ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน
    • ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว นำสุขมาให้
    • ผู้มีศรัทธาประกอบด้วยศีล เพียบพร้อมด้วยศและโภคะ จะไปสู่ถิ่นใด ๆ ก็มีคนบูชาในถิ่นนั้น ๆ
    • ผู้ใดใคร่เห็นผู้มีศีล ปรารถนาฟังพระสัทธรรม กำจัดมลทิลคือความตระหนี่ได้, ผู้นั้นแลท่านเรียกว่าผู้มีศรัทธา
    • คนใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวด้วยศรัทธา, คนนั้นย่อมได้ข้าว ทั้งในโลกนี้ ทั้งในโลกหน้าเหมือนกัน
    • ผู้มีศรัทธา มีปัญญา ตั้งในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล แม้คนเดียว ย่อมเป็นประโยชน์แก่ญาติ และ พวกพ้องผู้ไม่มีศรัทธา

    พุทธศาสนสุภาษิต: หมวดอดทน


    • ความอดทน เป็นตปะ (ตบะ) ของผู้พากเพียร
    • ความอดทน นำมาซึ่งประโยชน์สุข
    • ความอดทน เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์
    • ขันติคือความอดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง
    • ความอดทน เป็นกำลังของนักพรต
    • ความอดทน ห้ามไว้ได้ซึ่งความผลุนผลัน
    • สมณพราหมณ์ มีความอดทนเป็นกำลัง
    • ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุคคลอื่น
    • ความอดทน ย่อมตัดแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่า ย่อมขุดรากแห่งความติเตียนและการทะเลาะกันได้ เป็นต้น
    • ผู้มีความอดทนนับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
    • ผู้มีความอดทน ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ทั้งแก่ตนแก่ผู้อื่น, ผู้มีความอดทน ชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และไปนิพพาน
    • ผู้มีความอดทน ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา, และ ผู้มีความอดทน ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยการบูชาอันยิ่งใหญ่
    • ความอดทนเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ความอดทนเป็นตบะของผู้พากเพียร ความอดทนเป็นกำลังของนักพรต ความอดทนนำประโยชน์สุขมาให้
    • ความอดทนเป็นประธาน เป็นเหตุแห่งคุณ คือศีล และ สมาธิ, กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญ เพราะความอดทนเท่านั้น