ศ.ดร. วรภัทร โตธนะเกษม : นักกฏหมาย Vs นักเศรษฐศาสตร์

วรภัทร โตธนะเกษม : นักกฏหมาย Vs นักเศรษฐศาสตร์




ข้อมูลบุคคล

ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเรทติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่น จำกัด (ทริส)

เกิด วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2492

สถานภาพ สมรสกับ นางกิตติยา โตธนะเกษม มีธิดา 1 คน


ประวัติการศึกษา :

- ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ University of Illinois Urbana- Champaign สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ University of Illinois Urbana – Champaign สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาโทบริหารธุรกิจ Kellogg School of Management Northwestern University Evanston Illinois สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมดีมาก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


ปูมหลัง ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม


เด็ก หนุ่มที่เติบโตจากต่างจังหวัด บุคลิกไม่เปลี่ยนแปลง เป็นนักวิชาการใจดี ใส่แว่นตาหนาเตอะ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารองค์กรที่มีความสำคัญต่อตลาดทุน นอกจากฝีมือล้วนๆ โชคต้องเข้าข้างด้วย ดร.วรภัทร โตธนะเกษม กรรมการผู้จัดการบริษัทไทยเรตติ้งแอนด์อินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส หรือทริส

ดร.วรภัทร เกิดเมื่อ 30 พฤษภาคม 2492 ที่ตำบล บ้านบุ่ง จ.พิจิตร ที่ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้า จึงต้องอาศัยน้ำจากแม่น้ำน่านเป็นทั้งน้ำดื่มและน้ำใช้ในเวลาเดียวกัน เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนสี่คนของเกียงู่-วิง แซ่โตว บิดาเป็นชาวไหหลำเดินทางมาตั้งรกรากที่เมือง ชาละวัน ส่วนมารดาเป็นชาวพิจิตร

ดร.วรภัทร เติบโตและเรียนระดับชั้นประถมที่โรงเรียนบ้านวังกลม จนถึงชั้นประถม 4 ต้องเดินทางไกลเป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อพี่สาวแต่งงานกับคนอยุธยาจึงย้ายตามมาด้วย และเข้าเรียนต่อชั้นประถม 5 ที่โรงเรียนสุนทรวิทยา

เรียนต่อระดับมัธยมที่โรงเรียนอยุธยา วิทยาลัย ด้วยนิสัยที่เคร่งขรึม ไม่พูดไม่จาส่งผลให้การเรียนอยู่ในระดับปานกลาง โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่ไม่เก่งเลย และชีวิตของเขาจุดประกายเมื่อเรียนอยู่มัธยม 5 บังเอิญ ครูไพรัช คล้ายมุข ที่จบจากอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มาสอนที่นี่ ชีวิตของดร.วรภัทรจึงเริ่มสดใส เมื่อชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษ ครูคนนี้ได้ตั้งคำถาม และชี้ไปที่เด็กชายวรภัทรให้ลุกขึ้นตอบ บังเอิญ เขาตอบคำถามถูกจึงได้รับคำชมจากครู ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่านั่นคือ การเดา จากคำชมวันนั้นเป็นต้นมา ดร.วรภัทรมีกำลังใจและมุ่งมั่นอ่านภาษาอังกฤษ เปิดดิกชันนารี เขียนไดอารี่เป็นภาษาอังกฤษ

บังเอิญ ในปีเดียวกัน ซีดริค แซมป์สัน อาสาสมัครชาวอเมริกันมาสอนที่โรงเรียน เขาจึงมีโอกาสฝึกฝนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา จนกระทั่งสามารถสอบได้ที่ 1 ในโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียน AFS ระหว่างเรียนอยู่มัธยม 6 เมื่อสอบติดต้องมาสอบสัมภาษณ์ที่สถาบันเอยูเอ เป็นการเข้าเมืองกรุงครั้งแรกและเขาสอบสัมภาษณ์ผ่าน

ถึงแม้ว่าจะ เรียนไม่เก่ง แต่ ดร.วรภัทร สามารถสอบเอ็นทรานซ์เข้าคณะบัญชี ธรรมศาสตร์ได้ นับเป็นการใช้ชีวิตในเมืองกรุงอย่างเป็นกิจจะลักษณะครั้งแรกด้วย นั่งเรียนได้ 2 เดือน ก็เดินทางไปอเมริกา 2 เดือน ตามโครงการ AFS ใน ปี 2509

หลังกลับจากอเมริกาก็กลับเข้าเรียนต่อในคณะบัญชี แต่ครั้งนี้เริ่มเบื่อการเรียนและรู้สึกว้าเหว่ จึงตัดสินใจวางแผนชีวิตตัวเองใหม่ เขาคิดและถามตัวเองว่าอนาคตอยากเป็นอะไร และจากการเป็นคนที่มีมุมมองกว้างและยาวไกล มีปรัชญาในชีวิต จึงมี 2 ทางเลือก คือ นักกฎหมายและ นักเศรษฐศาสตร์

ดร.วรภัทรตัดสินใจเดินไป คณะนิติศาสตร์ บังเอิญ ที่นั่งเรียนเต็ม จึงต้องเข้าเรียนเศรษฐศาสตร์ สมัยนั้น ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์เป็นคณบดี และเขาก็เรียนจบที่นี่
ช่วงที่ เรียนอยู่ปีสุดท้าย ธนาคารกสิกรไทยประกาศสอบชิงทุน แต่เขาไม่คิดจะสอบเพราะรู้สึกว่าค่าสมัครสอบแพงมาก (100 บาท) จึงเดินทางกลับไปเยี่ยมพี่สาวที่อยุธยา

เขาเล่าให้พี่สาวฟัง พี่สาวจึงให้เงิน 100 บาทแล้วบังคับให้มาสอบ และเขาก็สอบได้ทั้งๆ ที่ไม่ได้อ่านหนังสือแม้แต่หน้าเดียวเพราะช่วงนั้นหัวคิดของ ดร.วรภัทรมีแต่การเมืองและประชาธิปไตย

หลังจากสอบข้อเขียนผ่าน ด่านต่อไป คือ สอบสัมภาษณ์ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ โดยมีคุณหญิงสุภาพ วิเศษสุรการ, ศ.ดร.ประชุม โฉมฉาย, บัญชา ล่ำซำ และผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศอีก 3 คนเป็นคณะกรรมการสอบ
"ในอนาคตอยากเป็นอะไร" คุณหญิงสุภาพถาม
"ผมอยากเป็นนักการเมืองที่ดี"
"อยากเป็นนักการเมืองแล้วมาขอทุนแบงก์ทำไม" คุณหญิงสุภาพสงสัย
"ผม อยากทำงานเพื่อสังคม อยากให้คนไทยมีชีวิต ที่ดีขึ้น หากปล่อยไว้เช่นนี้แล้วใครจะลงไปช่วย และการสัมภาษณ์วันนี้คิดว่าผมไม่ได้ทุนหรอก" ดร.วรภัทรตอบ จากปรัชญาแนวคิดของตน

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป บัญชา ล่ำซำไม่ถามสักคำถาม ปล่อยให้คุณหญิงสุภาพถามคนเดียว แต่ก่อนที่จะลุกจากเก้าอี้บัญชาเอ่ยปากถามว่า "แล้วคิดหรือไม่ว่าเป็นนายแบงก์นี่ก็ช่วยเหลือสังคมได้"

"ได้แน่นอนครับ แต่ไม่มากนัก" ดร.วรภัทรตอบคำถาม

หลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จสิ้น เขามั่นใจว่าไม่ได้แน่นอน แต่แล้วบ่ายวันนั้นผลประกาศออกมาเขาสอบได้ ซึ่งตนเองก็ยังงงๆ กับผลการสอบ

เมื่อ จบปริญญาตรีที่ธรรมศาสตร์ ปี 2514 เขากลับไปอเมริกาอีกครั้งเพื่อศึกษาต่อด้วยทุนกสิกรไทย โดยเลือกศึกษาที่มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น
เอ็มบีเอ (การเงินและการบริหารอุตสาหกรรม) เป็นหลักสูตรที่เลือกเรียน แต่ไม่รู้ว่าเอ็มบีเอคืออะไร และไม่รู้จะลงเรียนวิชาอะไร พูดง่ายๆ เขาให้ทุนไปก็ไป ความรู้สึกผิดหวังในตัวเองจึงเกิดขึ้นถึงขนาดจะกลับบ้าน แต่ก็เกิดขึ้น ชั่วครู่เท่านั้น จึงทนเรียนจนจบปริญญาโทในปี 2516

ดร.วรภัทร เข้าฝึกงานที่ธนาคารคอนติเนนทัลเป็นเวลา 1 ปี และปี 2517 กลับเมืองไทยก็ทำงานใช้ทุนที่ธนาคารกสิกรไทยในตำแหน่งพนักงานชั้นกลางฝ่าย ต่างประเทศ โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และณรงค์ ศรีสอ้าน เป็นผู้บังคับบัญชา เพียงแค่หนึ่งปีก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าส่วนประจำสำนักบริหาร

นอก จากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษ ที่คณะพาณิชย-ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามคำเชิญของอาจารย์สังเวียน อินทรวิชัย นอกจากจะเป็นแบงเกอร์และอาจารย์แล้วยังได้เป็นลูกศิษย์ในคณะนิติศาสตร์ ภาคค่ำที่ธรรมศาสตร์ด้วย

ทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยได้ 6 ปีก็ได้รับโปรโมตให้เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย ถึงตรงนี้ ดร.วรภัทรไม่ต้องการอะไรในชีวิตอีกแล้ว จึงตัดสินใจบินกลับไปอเมริกาเพื่อศึกษาระดับปริญญาเอกในปี 2523

เขา ใช้เวลาเพียง 2 ปี 8 เดือนก็จบระดับปริญญาเอกทางด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ พร้อมกับปริญญาโทด้านอุตสาหกรรมองค์กรอีกด้วย เดินทางกลับเมืองไทยอีกครั้ง ดำเนินชีวิตเหมือนเดิมทั้งเป็นแบงเกอร์ และอาจารย์ และในปี 2535 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ดูแลสายงานสินเชื่อบุคคล

ด้วยบุคลิกที่เป็นนักวิชาการที่มีความเชื่อ มั่นตลอดเวลา จึงเกิดความรู้สึกว่างานที่ธนาคารกสิกรไทยเริ่มย่ำอยู่กับที่ จึงตัดสินใจลาออกในปี 2539 ไปเป็นนักวิชาการเต็มตัว พร้อมกับรับเป็นประธานให้กับองค์กรต่างๆ อาทิ ประธานกรรมการบริหารโครงการปริญญาโทบริหารธุรกิจ ธรรมศาสตร์, ที่ปรึกษาบริษัทในกลุ่มบางปะกงอินดัสเตรียล พาร์ค หรือประธานกรรมการบริหารด้านหลักทรัพย์ บงล. ซิทก้า

ทำงานเป็น วิชาการอิสระไม่ทันไรก็เกิดวิกฤติเศรษฐกิจพร้อมกับความรู้สึกเดิมๆ กลับมาอีกครั้ง จนกระทั่งได้พบกับ ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ทริส ซึ่งกำลังจะรีไทร์ตนเองจึงขอให้ ดร.วรภัทรมาช่วย งานแทน กุมภาพันธ์ 2541 เข้ารับช่วงแทน ดร.วุฒิพงษ์ และเป็นช่วงที่ทริสกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติ แต่เขาก็ ประคับประคององค์กรให้อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้

ในความรู้สึกของ ดร.วรภัทร บรรยากาศ และรูปแบบการทำงานของทริสมีความลงตัวที่สุด เพราะอยู่ตรงกลางระหว่างปรัชญา วิชาการ และโลกธุรกิจ เขาพอใจและมีความสุข และจะมีมากขึ้นหากทริสก้าวไปด้วยความมั่นคงมากกว่าทุกวันนี้


Career Hightlight

ตำแหน่งงานในอดีต:

-อนุกรรมการ ปรับปรุงบทบาทภารกิจ และวิธีการบริหารงานภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ สำนักงาน ก.พ.

-กรรมการ ร่างพระราชบัญญัติแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ กระทรวงการคลัง

-กรรมการ การจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลอิสระ สำนักรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ กระทรวงการคลัง

-กรรมการ คณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างระบบแรงจูงใจพนักงานรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง

-กรรมการ คณะกรรมการพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

-กรรมการ การจัดทำและเผยแพร่ดัชนีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

-คณะทำงานยกร่างกฎหมายจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลอิสระสาขาพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

-อนุกรรมการ รับหลักทรัพย์จดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

-หัวหน้าคณะทำงานร่าง “จรรยาบรรณธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทย” สมาคมธนาคารไทย

-รองประธานกรรมการ สมาคมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

-เลขาธิการ สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย

-ประธาน ชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สังกัดสมาคมธนาคารไทย

-บรรณาธิการวารสาร “ธนาคาร” ของสมาคมธนาคารไทย

-กรรมการสภา มหาวิทยาลัยทักษิณ

-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทางด้านวิชาการประจำภาค/สาขาวิชาการเงินและการธนาคาร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-ที่ปรึกษา ฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-ประธานกรรมการบริหาร โครงการปริญญาโทบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-กรรมการที่ปรึกษา โครงการการตลาดภาคภาษาอังกฤษ (MIM) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-กรรมการ โครงการปริญญาโทสำหรับนักบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-กรรมการ โครงการปริญญาโททางบริหารธุรกิจ (Yonok MBA) วิทยาลัยโนก

-ที่ปรึกษา โครงการปริญญาโททางเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

-กรรมการบริหาร โครงการบัณฑิตศึกษา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-กรรมการ โครงการรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา

-กรรมการมูลนิธิบูรณะพัฒนาชนบท

-ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (2538)



(source: SEC,MGR)